การปล่อยตัวเองออกไป แล้วจิตก็จะมีความอิสระ
ลองสังเกตดูว่า เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา พอเข้ามากระทบแล้วทำให้เกิดปฏิฆะขึ้นมา แล้วเราเกาะเกี่ยวอยู่ ไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมวาง เราจองเวร เราไม่ยอมให้อภัย…
พอให้อภัยไม่ได้ เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้นก็ติดอยู่ในใจ บางคนติดไปจนภพหน้าชาติหน้า ไม่สามารถสละหรือละออกไปได้ ก็เลยทำให้เกิดเจ้ากรรมนายเวรตามติดตัวไปไม่หยุดไม่หย่อนจริง ๆ แล้วการที่บุคคลสามารถปล่อยวาง หรือให้อภัยกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ ก็เหมือนกับการปลดปล่อยตัวเอง ไม่จองจำตัวเอง ไม่ผูกใจตัวเองไว้กับเรื่องราวนั้น ๆ นั่นคือผู้มีปัญญาจะสละเรื่องที่ไม่ดีออกจากใจไป
แต่ถ้าเราปล่อย “จิตที่เกาะเกี่ยว ที่จองเวร
ที่พยาบาทอยู่” ให้หลุดออกไป
พระครูวินัยธรประเสริฐ ฐานังกโร · สำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต จ.ตรัง · บรรยายธรรมช่วงหัวค่ำ · ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๗
การยกจิตขึ้นสู่ความว่าง แล้วทำจิตที่ว่างให้กว้าง เป็นการชำระจิตใจของเรา ซึ่งก็รวมถึงการชำระเรื่องราวต่าง ๆ ที่ติดค้างอยู่ในใจของเราออกไปด้วยเช่นเดียวกัน
เราเคยทำบุญปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยสัตว์ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้กุศลนั้นส่งผลแก่เรา แต่ถ้าเราปล่อยจิตที่เกาะเกี่ยว ที่จองเวร ที่พยาบาทอยู่นั้น ให้หลุดออกไป ก็เหมือนกับการปล่อยมนุษย์ ปล่อยสัตว์ประเสริฐให้เป็นอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยตัวเองออกไป เป็นการปล่อยที่ปล่อยออกไปแล้ว จิตจะมีความอิสระ ไม่มีความวิตกกังวล นั่นคือการปล่อยชีวิตที่ประเสริฐ ทำให้จิตของตนเองได้พบเจอกับสิ่งที่ดีงามต่อไป
นั่นแหละคือการปล่อยที่สำคัญ



