ความสุขที่ไม่มีอัตตา ไม่มีตัวตน
เมื่อผู้ปฏิบัติเติมความรู้สึกดี ๆ เติมความสุข เติมความนุ่มนวลอ่อนโยนลงไปในจิต แล้วจิตรู้สึกนุ่มนวลอ่อนโยน มีความสุข มีความเบิกบาน แล้วก็สว่างขึ้นมา ก็ต้องพิจารณาต่อว่า จิตที่สุข จิตที่โล่ง จิตที่โปร่ง จิตที่สบาย จิตที่สว่างนั้น ไม่ได้บอกว่าเป็นตัวเรา ของเรา ของใคร มีแต่ความรู้สึกที่อิ่มและสุข เป็นความสุขที่ไม่มีอัตตา ไม่มีตัวตน และยิ่งไม่มีตัวตน จิตยิ่งผ่องใส ยิ่งสว่างมากขึ้น
เมื่อไหร่ก็ตามที่สุขด้วยธรรม สุขด้วยการละ สุขด้วยกุศล
จิตจะมีเมตตาเกิดขึ้นเองโดยปริยาย
พระครูวินัยธรประเสริฐ ฐานังกโร · สำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต จ.ตรัง · ๓๐ เมษายน ๒๕๖๕
สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ปฏิบัติรู้สึกว่ามีความสุข มีความอิ่มใจ มีความสบายใจ ถามว่า เป็นความสุขที่อยากเก็บไว้คนเดียว หรือเป็นความสุขที่อยากให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย? คำถามนี้จะทำให้ผู้ปฏิบัติเห็นว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่สุขด้วยธรรม สุขด้วยการละ สุขด้วยกุศล จิตจะมีเมตตาเกิดขึ้นเองโดยปริยาย เมื่อมีความสุขแล้วก็อยากให้คนอื่นได้รับความสุขเหล่านี้ด้วย นั่นคือเป็นลักษณะของจิตที่เมตตาเกิดขึ้นมาโดยปริยายนั่นเอง
การที่ผู้ปฏิบัติเห็นชัดว่า จิตที่สุข จิตที่ว่าง จิตที่เบา สามารถเคลื่อนย้ายที่ได้ ก็จะสามารถใช้ประโยชน์ตรงนี้ได้ นั่นก็คือว่า ถ้าเราอยากจะส่งความสุขนี้ไปให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เราอยากให้เขามีความสุข เราก็ส่งใจที่มีความสุขหรือความรู้สึกที่สุขไปที่บุคคลนั้น นั่นคือการส่งพลังความสุข หรือเป็นการแผ่เมตตาที่เจาะจง คือส่งจิตที่มีเมตตาที่เต็มไปด้วยพลังไปถึงบุคคลนั้นโดยตรงได้เลย
นี่คืออานิสงส์หรือประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ปฏิบัตินั้นรู้ว่า จิตที่สงบ จิตที่สุข จิตที่เบา จิตที่สบาย สามารถเคลื่อนย้ายที่ได้นั่นเอง



