Dhamma articles, teachings, and practice guidelines

องค์ธรรมคือสภาวะที่เกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่ชื่อเรียก — องค์ธรรมของความเมตตา คือ ความสุข ความอิ่มใจ ทุกครั้งที่มีความสุข เมตตาก็จะเกิดขึ้นเอง

ใช้อย่างที่เคยทำนั่นแหละ เพียงแต่ต้องพอใจที่จะใช้จิตแบบนี้บ่อย ๆ — เพราะไม่มีชัยชนะใดยิ่งใหญ่เท่าชนะใจตนเอง และจะชนะใจตนเองได้ก็ต้องรู้จักตัวเองให้ชัด

ยิ่งไม่มีตัวตน จิตยิ่งผ่องใส ยิ่งสว่างมากขึ้น — เมื่อไหร่ก็ตามที่สุขด้วยธรรม สุขด้วยการละ สุขด้วยกุศล จิตจะมีเมตตาเกิดขึ้นเองโดยปริยาย

คนมีความสุข ความเรียกร้องจากผู้อื่นจะน้อย แต่ต้องสุขจากธรรม ไม่ใช่สุขจากการได้วัตถุ — เพราะสุขจากการได้วัตถุ เราจะไม่รู้จักพอ

เมื่อไหร่ที่เราเห็นว่าตอนนี้ไม่ทุกข์ ให้รู้จัก “พอใจ” พอใจในความไม่ทุกข์ ไม่ใช่ “พอแล้ว” — พอใจในความไม่ทุกข์ เดี๋ยวความสุขก็เกิดขึ้นมา

ศรัทธาที่แน่วแน่เกิดจากการเห็นสภาวธรรมด้วยตาของตัวเอง — เมื่อเห็นการเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป จิตจะผ่องใส เกิดความสุข ความสบายใจตามมาโดยตรง

ความดีกับความไม่ดีสลับกันตลอดเวลา ถ้าเราให้โอกาสความดีของตัวเองเกิดขึ้นมา อย่างไรก็ดีขึ้น — อย่าปิดโอกาสที่จะให้ความดีของตัวเองเกิดขึ้น

ถอยจิตออกมา แยกส่วนระหว่างจิตของเรากับอารมณ์ที่เกิดขึ้น แล้วเป็นเพียงผู้รู้ — แค่เรายอมรับในสิ่งที่กำลังเป็นไป ความทุกข์จะลดลง

ธรรมะในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้ให้มากมีอยู่ ๔ อย่าง คือ ต้องรู้จักเสียสละ จริงใจ ข่มใจ และอดทน — และการสละที่ง่ายที่สุดคือสละความเป็นตัวตนของเรา

สมาธิ คือ ภาวะที่จิตใจตั้งมั่น แน่วแน่ และจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง โดยไม่มีความฟุ้งซ่านหรือวอกแวก ซึ่งเปรียบเสมือนการฝึกควบคุมจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งหลับตา กำหนดลมหายใจ หรือการมีสติจดจ่ออยู่กับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน